ReadyPlanet.com
dot
dot
ข่าวมลพิษ
dot
bulletปี 2557
bulletปี 2556
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletประชาสัมพันธ์กิจกรรม
dot
รวมลิงค์
dot
bulletเว็บหน่วยงานทางการต่างประเทศ
bulletเว็บองค์กรสากล
bulletเว็บบริษัทเอกชน
bulletเว็บองค์กรอื่น ๆ
dot
สมัครรับข่าวสารจากเรา

dot


follow us on TWITTER
visit our facebook
มูลนิธิบูรณะนิเวศ


การจัดการมลพิษประเทศไทย ยังไปไม่พ้นยุคกำจัด-บำบัด

การจัดการมลพิษประเทศไทย ยังไปไม่พ้นยุคกำจัด-บำบัด 

วลัยพร มุขสุวรรณ

ลำดับแนวคิดการจัดการมลพิษระดับสากล

การจัดการกับปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นด้วยวิธีการที่มุ่งเน้นการบำบัดหรือควบคุมมลพิษให้มีลักษณะตามข้อกำหนดหรือมาตรฐานก่อนที่จะปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม เช่น การบำบัดน้ำเสียให้มีคุณภาพน้ำตามมาตรฐานที่หน่วยงานรัฐกำหนดก่อนปล่อยทิ้งลงแหล่งน้ำสาธารณะ เป็นต้น เป็นแนวคิดการจัดการมลพิษยุคแรก โดยเป็นที่นิยมเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว

การดำเนินการตามแนวทางนี้จะเกิดผลสำเร็จได้นั้น ทั้งภาคเอกชนและรัฐต้องลงทุนจำนวนมหาศาลเพื่อควบคุมและติดตามตรวจสอบมลพิษที่ปล่อยออกมา ภายใต้แนวคิดนี้ ต่อมาได้มีการนำหลักการ “ผู้ปล่อยมลพิษเป็นผู้จ่าย” (Polluter Pay Principle) มาใช้ในการจัดการมลพิษ ซึ่งยิ่งส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการมลพิษของภาคการผลิตถูกผลักภาระไปให้ผู้บริโภค

จากนั้นในช่วงปี พ.ศ. 2518-2523 เกิดแนวคิดในเรื่องเทคโนโลยีการผลิตที่ไม่ทำให้เกิดของเสียหรือเกิดของเสียน้อยที่สุด และนำมาสู่ยุคการจัดการมลพิษที่มุ่งเน้นในเรื่องของการป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษ (Pollution Prevention) [1] มากกว่าการบำบัดมลพิษดังก่อนหน้านี้

เมื่อมีการประชุมสุดยอดโลกว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาในปี พ.ศ. 2535 ซึ่งได้ให้กำเนิดปฏิญญาริโอและแผนปฏิบัติการ 21 ที่มีแนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ไว้ด้วย จึงส่งผลให้มีการนำแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินกิจการและเกิดการพัฒนากลไกและวิธีการเพื่อป้องกันการเกิดมลพิษขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาในเรื่องการผลิตที่สะอาด รวมไปถึงการป้องกันการเกิดมลพิษหรือของเสียตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เป็นต้น [2]



รูปที่ 1 ลำดับแนวคิดการจัดการมลพิษ

จากการศึกษาข้อมูลการจัดการมลพิษสามารถจัดลำดับแนวคิดของการจัดการมลพิษที่มีการนำมาใช้ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน การจัดการมลพิษหรือของเสียจากภาคการผลิตและบริโภคที่ดีที่สุดคือ การจัดการที่ต้นเหตุหรือแหล่งที่ก่อให้เกิดมลพิษหรือของเสีย

จากรูปที่ 1 จะเห็นว่า มาตรการตามแนวคิดการป้องกันมลพิษสามารถคืบเข้าไปใกล้กับจัดการที่ต้นเหตุได้มากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนการจัดการมลพิษแบบกำจัดและบำบัดมลพิษนั้นเป็นการจัดการมลพิษที่ปลายทาง คือ เมื่อเกิดมลพิษหรือของเสียขึ้นมาแล้วจึงมาหาทางควบคุมไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก และไม่สามารถลดการสูญเสียทรัพยากรลงได้ จึงเป็นการจัดการมลพิษที่ล้าสมัยและไม่มีคุณภาพ

รายละเอียดโดยสังเขปของแนวคิดการจัดการมลพิษลำดับต่าง ๆ เช่น มาตรการ และตัวอย่างกิจกรรม แสดงในตารางที่ 1

 

ตารางที่ 1 รายละเอียดโดยสังเขปของแนวคิดการจัดการมลพิษ ดัดแปลงจาก [3]

แนวคิด

มาตรการ

ตัวอย่างกิจกรรม

การกำจัด

การควบคุมไม่ให้มลพิษแพร่กระจาย

-    การฝังกลบ

-    การจัดเก็บ / ผนึก อย่างปลอดภัย

การบำบัด

การทำให้ความเป็นอันตรายของมลพิษ/ของเสียลดลง

-    การบำบัดทางชีวภาพ เช่น การบำบัดน้ำเสียชุมชน

-    การบำบัดทางกายภาพ

-    การบำบัดทางเคมี เช่น การทำให้เสถียร การทำให้เป็นกลาง

-    การติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมมลพิษ เช่น เครื่องดักจับก๊าซพิษ ฝุ่นละออง

การรีไซเคิล ใช้ซ้ำ ดึงกลับมาใช้ใหม่

การรีไซเคิล ใช้ซ้ำ
สกัดกลับมาใช้ใหม่

-    พลังงานจากของเสีย

-    ใช้วัสดุซ้ำในโรงงาน

-    ใช้กระบวนการผลิตวงจรปิด

-    รีไซเคิลวัสดุในโรงงาน

-    ส่งวัสดุไปรีไซเคิล/ใช้ซ้ำ/ ใช้ในกระบวนการผลิต/ สกัดวัตถุดิบ ภายนอกโรงงาน

-    การแลกเปลี่ยนของเสีย

การลดการใช้วัตถุดิบ

การปรับปรุงวิธีการทำงาน

-    เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

-    การวางแผนจัดซื้อ/สำรองวัตถุดิบเพื่อลดของเสีย

การผลิตสะอาด

การลด/เปลี่ยนวัตถุดิบ พลังงาน การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต การใช้เทคโนโลยีสะอาด

-    ใช้วัตถุดิบให้น้อยที่สุด

-    ใช้น้ำให้น้อยที่สุด

-    ใช้พลังงานให้น้อยที่สุด

-    ใช้วัตถุดิบทดแทนที่ปลอดภัยกว่า

-    ออกแบบกระบวนการผลิตใหม่หรือเปลี่ยนเทคโนโลยีไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและหลีกเลี่ยงหรือลดการเกิดมลพิษ/ของเสีย

ผลิตภัณฑ์/บริการสะอาด

การปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์และบริการ การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต

-    การออกแบบหรือปรับสูตรผลิตภัณฑ์/บริการใหม่ ให้มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตมากขึ้น เช่น การยืดอายุใช้งาน การออกแบบเพื่อให้ใช้ซ้ำได้

-    การเปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์/บริการที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมไปสู่ผลิตภัณฑ์/บริการที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

หมายเหตุ  การผลิตสะอาดมีความหมายรวมถึง การบูรณาการมาตรการป้องกันสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปสู่การลดความเสี่ยงอันตรายของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม แต่ในตารางที่ 1 ได้แยกผลิตภัณฑ์/บริการสะอาดออกมาเป็นอีกลำดับขั้นเพื่อให้เห็นชัดเจน

           

เป็นที่ชัดเจนว่า ลำดับแนวคิดการจัดการมลพิษะค่อยๆ ขยับจากการจัดการในระดับเทคโนโลยีไปสู่การจัดการระดับสังคม ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของสาธารณชนมากขึ้นด้วยตามลำดับ อย่างไรก็ดีการจัดการมลพิษที่จะเกิดผลสัมฤทธิ์เต็มที่จะต้องใช้การดำเนินมาตรการหลาย ๆ มาตรการหนุนเสริมกัน โดยให้ความสำคัญกับแนวทางหรือมาตรการการจัดการมลพิษตามแนวคิดใหม่ล่าสุดก่อน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์/บริการสะอาดและการผลิตสะอาด

 

การจัดการมลพิษของประเทศไทย

การจัดการมลพิษของประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 มีสาระหลักแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการควบคุมมลพิษ [4]

ในส่วนการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมพบว่า มีข้อกำหนดเกี่ยวกับกลไกการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอไว้ด้วย ซึ่งกลไกนี้นับได้ว่าเป็นมาตรการในแนวทางป้องกัน อย่างไรก็ดี รายละเอียดในการศึกษาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมยังจำกัดอยู่ที่การบำบัดกำจัดมลพิษหรือของเสียเป็นส่วนใหญ่

ในส่วนของการควบคุมมลพิษ มีบทบัญญัติที่กล่าวไว้ในหมวด 4 ซึ่งประกอบด้วย ส่วนที่ 1 คณะกรรมการควบคุมมลพิษ ส่วนที่ 2 มาตรฐานควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด ส่วนที่ 3 เขตควบคุมมลพิษ ส่วนที่ 4 มลพิษทางอากาศและเสียง ส่วนที่ 5 มลพิษทางน้ำ ส่วนที่ 6 มลพิษอื่นและของเสียอันตราย ส่วนที่ 7 การตรวจสอบและควบคุม และส่วนที่ 8 ค่าบริการและค่าปรับ

เมื่อพิจารณาสาระหลักของบทบัญญัติเหล่านี้แล้วจะเห็นได้ว่า มาตราต่างๆ เกือบทั้งหมดเกี่ยวข้องอยู่กับการควบคุมและกำจัดมลพิษ อันเป็นแนวทางจัดการมลพิษที่ปลายทาง ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวคิดการจัดการมลพิษในปัจจุบัน ดังนั้น บทบัญญัติตามกฎหมายจะมีประสิทธิภาพได้ต้องอาศัยการตรวจสอบติดตามอย่างจริงจัง ทันท่วงที และต่อเนื่อง ซึ่งกลายมาเป็นภาระที่หนักหน่วงของหน่วยงานรับผิดชอบและภาคประชาชน

ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดทำแผนจัดการมลพิษ พ.ศ. 2555-2559 ขึ้น เพื่อเป็นกรอบและทิศทางให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการมลพิษของประเทศไทย [5] แผนจัดการมลพิษฉบับนี้นำเสนอการบริหารจัดการมลพิษที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าการดำเนินการส่วนใหญ่อยู่ในแนวคิดการบำบัดมลพิษ เช่น การกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งและอากาศเสีย การสนับสนุนการสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย การตรวจติดตามผลการดำเนินการ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แผนจัดการมลพิษฉบับนี้ก็ได้เริ่มมีการดำเนินมาตรการในแนวคิดเชิงป้องกันเพิ่มขึ้นมาด้วย

 

ตารางที่ 2 การบริหารจัดการมลพิษของประเทศไทยที่ผ่านมา

แนวคิด

การจัดการมลพิษที่ผ่านมา

การกำจัด

-    การฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน

การบำบัด

-    กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้ง อากาศเสีย

-    มาตรฐานคุณภาพดิน น้ำใต้ดิน

-    สนับสนุนองค์กรปกครองท้องถิ่นสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย

-    การตรวจติดตามผลการจัดการมลพิษ

-    ระบบรายงานผลการตรวจวัดมลพิษอากาศ

-    ใช้เทคโนโลยีควบคุมและลดมลพิษอากาศ เช่น อุปกรณ์ดักจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ อุปกรณ์เผาไหม้ก๊าซพิษ อุปกรณ์ควบคุมไอระเหย

-    การใช้ระบบเอกสารกำกับการขนส่งของเสีย ระบบติดตามรถขนส่งของเสียด้วย GPS

การรีไซเคิล ใช้ซ้ำ ดึงกลับมาใช้ใหม่

-    ส่งเสริม “พลังงานจากขยะ”

-    ส่งเสริมการคัดแยก และนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์

-    ผลักดันกฎหมายการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

การลดการใช้วัตถุดิบ

-    ส่งเสริมอุตสาหกรรมนิเวศน์

การผลิตสะอาด

-    ส่งเสริมเทคโนโลยีสะอาด

-    ปรับปรุงคุณภาพเชื้อเพลิง

-    ผลักดันเกษตรอินทรีย์

ผลิตภัณฑ์/บริการสะอาด

-    ใช้มาตรการทางสังคม เช่น สนับสนุน “ความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท”

-    เสริมสร้างองค์ความรู้และเครือข่ายภาคประชาชน

-    พัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเขตเมือง

-    การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ต้องเปลี่ยน “ควบคุม” เป็น “ป้องกัน”

            แม้ว่าการจัดการมลพิษที่ผ่านมายังคงเข้มข้นอยู่กับการกำจัดและบำบัดมลพิษที่เกิดขึ้นก็ตาม แต่ก็มีความพยายามจากหลายภาคส่วนที่จะก้าวไปสู่แนวทางการป้องกันมลพิษที่ต้นทางมากขึ้น เช่น การปรากฏมาตรการเชิงป้องกันมลพิษในแผนจัดการมลพิษ พ.ศ. 2555-2559 อย่างชัดเจนมากขึ้น ทั้งในส่วนของภาคการผลิต ภาคชุมชน และภาคการขนส่ง

อย่างไรก็ดีในการดำเนินมาตรการเหล่านั้น ส่วนใหญ่ยังคงเป็นมาตรการเชิงสมัครใจ ซึ่งมีพลังเพียงทำให้การจัดการมลพิษขยับไปสู่แนวทางการป้องกันอย่างช้าๆ เท่านั้น ในขณะที่สถานการณ์มลพิษของประเทศไทยยังคงมีปัญหาอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะคุณภาพน้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน และน้ำทะเลชายฝั่งที่มีแนวโน้มเสื่อมโทรมลงมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนคุณภาพอากาศก็พบว่ายังมีสารมลพิษหลายชนิดที่ปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน เช่น โอโซน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ และสารอินทรีย์ระเหยง่ายบางชนิด รวมทั้งปริมาณของเสียอันตรายและขยะมูลฝอยก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน [6] ดังนั้นมาตรการเชิงบังคับบางอย่างเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันมลพิษที่ต้นเหตุจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

การปรับเปลี่ยนจากการจัดการเชิงควบคุมมลพิษเข้าสู่การจัดการเชิงป้องกันมลพิษจำเป็นต้องใช้เครื่องมือและกลไกผสมผสานหลากหลายมาดำเนินการร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมของสาธารณชน พลังของภาคสังคมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้มาตรการเชิงป้องกันเป็นจริงได้ ดังนั้นในการผลักดันมแนวทางการจัดการมลพิษยุคใหม่จึงต้องมีกลไกหรือเครื่องมือที่จะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนได้อย่างแท้จริง

เครื่องมือหนึ่งที่สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวนี้ได้เป็นอย่างดี ได้แก่ กลไกการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม หรือ Pollutant Release and Transfer register (PRTR) โดยกลไกนี้จะเปิดโอกาสให้สาธารณชนสามารถเข้าถึงข้อมูลการปล่อยสารมลพิษจากแหล่งกำเนิดมลพิษต่างๆ ได้ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ และสาธารณชนในการจัดการมลพิษได้อย่างมีพลัง ก้าวหน้า และสามารถช่วยกันผลักดันการจัดการมลพิษเปลี่ยนจากควบคุมที่ปลายทางไปสู่การป้องกันที่ต้นทาง อีกทั้งจะมีประโยชน์อย่างมากในระยะยาวสำหรับภาคการผลิตเอง ในแง่ของการช่วยลดการใช้ทรัพยากรและลดการก่อมลพิษได้เป็นอย่างดี

 

เอกสารอ้างอิง

[1] Osama A EI-Kholy, Cleaner Production, Encyclopedia of Global Environmental Change, John Wiley & Sons Ltd. 2002

[2] สุชาตา ชินะจิตร, กระบวนทัศน์ของการจัดการสิ่งแวดล้อม. [ออนไลน์] 11 มิถุนายน 2555, ที่มา

http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=3&ID=43

 

 

 

[3] Environment Canada, The Environmental Protection Hierarchy. [online] 11 June 2012, Source http://www.ec.gc.ca/p2/760EEA33-5E88-45A5-9F0D-A9001E8D880F/hierarchyE.pdf

[4] พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535

[5] กรมควบคุมมลพิษ, แผนจัดการมลพิษ พ.ศ. 2555-2559

[6] กรมควบคุมมลพิษ, สถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2553

 




บทความ

การเข้าถึงข้อมูลมลพิษของประชาชน การป้องกันคุณภาพสิ่งแวดล้อมเชิงรุก article
โทลูอีน : กับความเสี่ยงต่อการแท้งและความผิดปกติของทารกในครรภ์
สังคมไทยจะได้ประโยชน์อะไร ถ้าประเทศไทยมีระบบ PRTR



Copyright © 2013 All Rights Reserved.